3 เสาหลักเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรจาก NT Cloud Solutions

3 เสาหลักเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรจาก NT Cloud Solutions


Cloud, Big Data และ AI สำหรับองค์กรจาก NT Cloud Solutions

3 เสาหลักเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรจาก NT Cloud Solutions

Cloud, Big Data และ AI สำหรับองค์กร คือ 3 เสาหลักเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยเสริมความมั่นคง เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต

การสร้างองค์กรในยุคดิจิทัลจึงเปรียบได้กับการสร้างอาคารขนาดใหญ่ แม้อาคารจะมีการออกแบบที่ทันสมัยเพียงใด แต่หากขาดรากฐานที่มั่นคง ระบบทั้งหมดก็อาจไม่สามารถรองรับการเติบโตในระยะยาวได้

NT Cloud Solutions นำเสนอ 3 เสาหลักเทคโนโลยี ได้แก่ NT Cloud, NT Big Data และ NT AI เพื่อช่วยให้องค์กรและหน่วยงานภาครัฐวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์

Cloud, Big Data และ AI สำหรับองค์กรสำคัญอย่างไร

องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ระบบงานที่ซับซ้อน และความต้องการใช้งานบริการดิจิทัลตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ผู้บริหารยังต้องควบคุมต้นทุน ดูแลความปลอดภัย และรักษาความต่อเนื่องของภารกิจสำคัญ

ดังนั้น การลงทุนเฉพาะระบบใดระบบหนึ่งอาจไม่เพียงพอ องค์กรควรมีองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารข้อมูล ไปจนถึงระบบอัจฉริยะสำหรับช่วยวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาไปสู่ Digital Transformation ได้อย่างเป็นขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมดในครั้งเดียว แต่สามารถเริ่มจากความต้องการเร่งด่วนและขยายบริการได้ตามแผนงานในอนาคต

NT Cloud โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ยืดหยุ่นสำหรับองค์กร

เสาหลักที่ 1 — NT Cloud โครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและพร้อมขยาย

NT Cloud เป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบ Infrastructure as a Service หรือ IaaS ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้ทรัพยากรด้าน CPU, RAM, Storage และระบบปฏิบัติการได้ตามลักษณะของระบบงาน

องค์กรจึงสามารถนำทรัพยากรคลาวด์ไปใช้งานกับเว็บไซต์ ฐานข้อมูล แอปพลิเคชัน ระบบภายในองค์กร หรือบริการดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนจัดซื้อและดูแลเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดด้วยตนเอง

บริการปัจจุบันระบุการรับประกัน Cloud Uptime 99.95% มี Technical Support ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ พร้อม Data Transfer In-Out, Daily Backup, Public IP และ Firewall ตามเงื่อนไขของบริการ นอกจากนี้ ยังมีไซต์หลักที่นนทบุรีและไซต์สำรองที่บางรักเพื่อรองรับความต่อเนื่องของระบบ

☁️ ขยายทรัพยากรได้ตามความต้องการของระบบงาน

จุดเด่นของ Cloud คือความยืดหยุ่น องค์กรสามารถเริ่มต้นจากทรัพยากรที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้งานในปัจจุบัน จากนั้นจึงเพิ่มหรือลดทรัพยากรเมื่อปริมาณงานเปลี่ยนแปลง

แนวทางนี้ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมระบบใหม่ และลดข้อจำกัดจากกระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องรองรับผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีปริมาณงานไม่คงที่

☁️ มาตรฐานที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ Cloud

NT Cloud ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27017 และ ISO/IEC 27018 ด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลบน Cloud

ความมั่นคงปลอดภัยของบริการ Cloud ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของระบบเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการบริหารจัดการ การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการอย่างชัดเจน

NT Cloud จึงพัฒนาการให้บริการภายใต้มาตรฐานสากลที่ครอบคลุมทั้งการบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การบริหารบริการไอที ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนมาตรฐานเฉพาะสำหรับบริการ Cloud

ล่าสุด NT Cloud ได้รับการรับรองมาตรฐานเฉพาะด้าน Cloud เพิ่มเติม ได้แก่ ISO/IEC 27017:2015 และ ISO/IEC 27018:2019 เพื่อยกระดับแนวทางการควบคุมความปลอดภัยของบริการ Cloud และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการประมวลผลบนระบบ Public Cloud

ISO/IEC 27017:2015 — มาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยสำหรับบริการ Cloud

ISO/IEC 27017 เป็นแนวทางการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่ออกแบบมาสำหรับการให้และการใช้บริการ Cloud โดยเฉพาะ มาตรฐานนี้เพิ่มเติมแนวทางจาก ISO/IEC 27002 และช่วยกำหนดบทบาทของทั้งผู้ให้บริการ Cloud หรือ Cloud Service Provider และผู้ใช้บริการ Cloud หรือ Cloud Service Customer ให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ขอบเขตสำคัญครอบคลุมการบริหารสิทธิ์เข้าถึง การแยกทรัพยากรของผู้ใช้บริการแต่ละราย การจัดการการเปลี่ยนแปลงระบบ การติดตามเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย และการกำหนดความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า

การมีกรอบควบคุมเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความเสี่ยงและกำกับดูแลระบบ Cloud ได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะระบบงานสำคัญขององค์กรและหน่วยงานภาครัฐ

ISO/IEC 27018:2019 — มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบน Public Cloud

ISO/IEC 27018 เป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Personally Identifiable Information: PII ในบริการ Public Cloud โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ให้บริการ Cloud ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรฐานนี้ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง การรักษาความลับ ความโปร่งใสในการประมวลผลข้อมูล และการจัดการข้อมูลเมื่อสิ้นสุดการให้บริการ

แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมความมั่นใจให้องค์กรที่จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนระบบ Cloud อย่างไรก็ตาม การรับรองมาตรฐานของผู้ให้บริการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการคุ้มครองข้อมูล องค์กรผู้ใช้บริการยังต้องกำหนดนโยบาย สิทธิ์การใช้งาน และกระบวนการบริหารข้อมูลภายในของตนเองร่วมด้วย

NT Cloud ยังเผยแพร่กรอบ Cloud Shared Responsibility เพื่ออธิบายบทบาทระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ โดยอ้างอิงแนวทางของ ISO/IEC 27017 และ ISO/IEC 27018 สำหรับการกำกับดูแลความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลบน Public Cloud

มาตรฐานสากลอื่นที่รองรับการให้บริการ NT Cloud

นอกจากมาตรฐานเฉพาะด้าน Cloud ทั้งสองรายการแล้ว NT Cloud ยังดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสำคัญ ได้แก่

  • ISO/IEC 27001 — ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
  • ISO/IEC 20000-1 — ระบบบริหารจัดการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ISO/IEC 27701 — ระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว
  • ISO/IEC 22301 — ระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • CSA STAR — แนวทางด้านความโปร่งใส การตรวจสอบ และการรับรองความปลอดภัยสำหรับบริการ Cloud
  • ISO/IEC 27017:2015 — แนวทางควบคุมความปลอดภัยสำหรับบริการ Cloud
  • ISO/IEC 27018:2019 — แนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบน Public Cloud

มาตรฐานเหล่านี้ช่วยสะท้อนถึงกระบวนการบริหารจัดการบริการที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพบริการ ความเป็นส่วนตัว และความต่อเนื่องของระบบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการนำ Cloud ไปใช้กับระบบงานสำคัญ

☁️ ประโยชน์ของ NT Cloud ต่อองค์กร

การเลือกใช้ บริการ NT Cloud สามารถช่วยองค์กรในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • ลดภาระการลงทุนเริ่มต้นด้านเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์
  • เพิ่มหรือลดทรัพยากรให้เหมาะกับปริมาณการใช้งาน
  • ลดเวลาที่ใช้ในการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบใหม่
  • รองรับการเข้าถึงระบบและข้อมูลผ่านเครือข่ายที่ได้รับอนุญาต
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลและให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • สนับสนุนการวางแผนด้าน Backup และ Business Continuity
NT Big Data สำหรับจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลองค์กร

เสาหลักที่ 2 — NT Big Data เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นทรัพยากรขององค์กร

เมื่อองค์กรมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดการข้อมูลให้สามารถค้นหา เชื่อมโยง ตรวจสอบ และนำไปใช้งานได้จริง

NT Big Data ให้บริการด้านการจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูล การทำ Data Engineering ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีทั้งบริการในรูปแบบแพลตฟอร์มและบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญ

ขอบเขตบริการครอบคลุม Data Governance, Data Catalog, Data Engineering, Data Lake, Data Warehouse และ Data Analytics ซึ่งช่วยรองรับกระบวนการข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบตลอดวงจรชีวิตข้อมูล หรือ Data Lifecycle

จัดระเบียบข้อมูลให้พร้อมใช้งานและตรวจสอบได้

ปัญหาสำคัญขององค์กรจำนวนมากไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือข้อมูลกระจายอยู่ในหลายระบบ มีรูปแบบไม่สอดคล้องกัน หรือไม่มีผู้รับผิดชอบข้อมูลที่ชัดเจน

การวาง Data Governance และ Data Catalog ช่วยให้องค์กรกำหนดเจ้าของข้อมูล สิทธิ์การเข้าถึง คำอธิบายข้อมูล และแนวทางการนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ การออกแบบกระบวนการด้านข้อมูลที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายภายในและข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยองค์กรยังคงต้องพิจารณากระบวนการ บุคลากร และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกัน

สนับสนุนการตัดสินใจแบบ Data-Driven

เมื่อข้อมูลได้รับการตรวจสอบและจัดเตรียมอย่างเหมาะสม ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์แนวโน้ม ติดตามตัวชี้วัด และวางแผนการดำเนินงานได้แม่นยำขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่

  • การติดตามประสิทธิภาพการให้บริการ
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้บริการ
  • การวางแผนงบประมาณและทรัพยากร
  • การสร้าง Dashboard สำหรับผู้บริหาร
  • การวิเคราะห์แนวโน้มและความผิดปกติของข้อมูล
  • การลดขั้นตอนการจัดเตรียมรายงานที่ทำซ้ำเป็นประจำ

ด้วยเหตุนี้ บริการ NT Big Data จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดเก็บข้อมูล แต่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศที่สนับสนุนการตัดสินใจขององค์กร

NT AI บริการปัญญาประดิษฐ์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

เสาหลักที่ 3 — NT AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบอัจฉริยะ

หลังจากองค์กรมีโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และมีข้อมูลที่พร้อมใช้งาน AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ ประมวลผล และทำงานบางส่วนโดยอัตโนมัติ

NT AI ให้บริการด้านปัญญาประดิษฐ์ทั้งในรูปแบบ AI-as-a-Service ที่พร้อมเริ่มใช้งาน และบริการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ปรับแต่งตามโจทย์ของแต่ละองค์กร

บริการที่นำเสนอในปัจจุบันประกอบด้วย NT AI Connect สำหรับเรียกใช้โมเดลภาษาไทยผ่าน API, Vocalog สำหรับบันทึกและถอดเสียงการประชุม, AI Chatbot สำหรับตอบคำถามจากข้อมูลองค์กร รวมถึงบริการพัฒนาโมเดลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้า

เริ่มใช้งาน AI ได้โดยไม่ต้องพัฒนาทุกอย่างขึ้นใหม่

AI-as-a-Service ช่วยลดความซับซ้อนในการเริ่มต้นใช้งาน AI เพราะองค์กรสามารถเรียกใช้ความสามารถบางประเภทผ่านแพลตฟอร์มหรือ API ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโมเดลทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น

แนวทางนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการทดลองใช้งาน AI กับกระบวนการเฉพาะ เช่น การค้นหาข้อมูล การถอดเสียง การตอบคำถาม หรือการเชื่อมต่อโมเดลภาษาเข้ากับแอปพลิเคชันเดิม

สำหรับกรณีที่มีข้อมูลหรือกระบวนการเฉพาะ องค์กรสามารถพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบให้เหมาะกับภารกิจ รูปแบบข้อมูล และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของตนเองได้

ลดงานซ้ำและเพิ่มเวลาให้กับงานที่มีคุณค่า

การนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำ เพิ่มความเร็วในการค้นหาและประมวลผลข้อมูล รวมถึงลดความคลาดเคลื่อนจากขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยมือ

ตัวอย่างประโยชน์ต่อองค์กร ได้แก่

  • ลดเวลาในการค้นหาข้อมูลจากเอกสารจำนวนมาก
  • เพิ่มความรวดเร็วในการจัดทำบันทึกการประชุม
  • ให้บริการตอบคำถามเบื้องต้นได้อย่างต่อเนื่อง
  • สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล
  • ช่วยกำหนดขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติ
  • เปิดโอกาสให้บุคลากรให้ความสำคัญกับงานวิเคราะห์และงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม องค์กรควรกำหนดแนวทางกำกับดูแล AI สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และกระบวนการตรวจสอบผลลัพธ์ควบคู่ไปกับการนำระบบมาใช้งาน

เมื่อ NT Cloud, NT Big Data และ NT AI ทำงานร่วมกัน

ทั้งสามบริการสามารถเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศดิจิทัลขององค์กรได้อย่างเป็นลำดับ

NT Cloud ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับระบบและทรัพยากรประมวลผล ขณะที่ NT Big Data ช่วยรวบรวม จัดระเบียบ และเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน จากนั้น NT AI จึงนำข้อมูลที่เหมาะสมไปช่วยวิเคราะห์ ค้นหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน

ตัวอย่างแนวทางการประยุกต์ใช้ ได้แก่

  1. จัดเตรียมระบบและพื้นที่ประมวลผลบน Cloud
  2. เชื่อมต่อข้อมูลจากระบบต่าง ๆ เข้าสู่แพลตฟอร์มข้อมูล
  3. กำหนด Data Governance และสิทธิ์การใช้งาน
  4. สร้าง Dashboard หรือรายงานสำหรับผู้บริหาร
  5. นำ AI มาช่วยค้นหา วิเคราะห์ หรือทำงานบางส่วนโดยอัตโนมัติ
  6. ติดตามผลลัพธ์และขยายระบบตามความต้องการขององค์กร

การวางแผนในลักษณะนี้ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นจากโครงการที่มีความสำคัญก่อน แล้วจึงพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลที่ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต

สร้างรากฐานดิจิทัลที่พร้อมรองรับการเติบโตขององค์กร

การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation ไม่ได้เริ่มจากการเลือกเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่เริ่มจากการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับเป้าหมาย กระบวนการ และความพร้อมขององค์กร

NT Cloud, NT Big Data และ NT AI เป็น 3 เสาหลักของเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรที่ช่วยเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และระบบอัจฉริยะเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเตรียมทรัพยากรไอที ไปจนถึงการนำข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการตัดสินใจ

องค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐที่กำลังวางแผนพัฒนาระบบ Cloud จัดการข้อมูล หรือเริ่มต้นใช้งาน AI สามารถศึกษารายละเอียดของแต่ละบริการ หรือปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ NT Cloud Solutions เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับภารกิจขององค์กร

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud, Big Data และ AI จาก NT Cloud Solutions วันนี้